[AHA Event 1] Wild Goose Hunt - Afanas Fabre

posted on 18 Nov 2012 12:56 by fierceff in AHA

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

           

 

หลังจากนั่งมึน นั่งอู้ เคลียร์งานเข้า ก็ได้ฤกษ์เคลียร์อีเว้นต์ซักที...

เขียนไม่ยาวหรอก (มั้ง?) แต่ตอนคิดว่าจะทำยังไงนี่สิ = =

เอาเป็นว่าเป็นฟิกแบบเรียบๆ ง่ายๆ เลยละกันเนอะ ตอนแรกกะว่าจะเป็นสี่ช่อง แต่นึกมุกไม่ออกง่ะ

อ่ะเคร พล่ามมาพอแล้ว ก็ว่ากันเลยละกัน

 

ป.ล. เอาของลูกชายไปก่อน ลูกสาวยังมิได้คิด...

 

======================================

 

Event หลัก 1 Wild Goose Hunt

ตัวละคร : อาฟานาส ฟาบรี (Afanas Fabre)

ตำแหน่ง : อาร์ติแฟกต์ฮันเตอร์ แรงก์ B

 

                บนโลกนี้มีปรากฏการณ์เกี่ยวกับสัตว์มากมายที่น่าทึ่ง

                อย่างฝูงตั๊กแตนนับแสนนับล้านตัวรุมกินพืชพันธุ์ของชาวไร่ การอพยพของปูแดง การกระโดดหน้าผาของหนูแลมมิ่ง ฯลฯ

                และนี่ก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่ง

                ฝูงห่าน...ไม่ใช่ธรรมดาด้วยสิ นี่มันคือการปฏิวัติ!

                เรื่องราวเป็นมายังไงน่ะหรือ...

                กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าหญิงแห่งโมกาโนซึ่งมีพระนามว่า...อะไรก็ช่างเหอะ เสด็จประพาสที่ฟรองซ์ซึ่งเป็นประเทศแห่งตับห่าน (และอาหารประหลาดสารพัดอีกนับร้อยอย่าง) พร้อมอัศวินประจำพระองค์นามว่า เซอร์กุสตาฟ

                เรื่องราวดูเหมือนจะเรียบร้อยดี ถ้าหากไม่ใช่เพราะ...

เซอร์กุสตาฟเป็นห่าน

                ไม่ใช่ห่านธรรมดา แต่ยังเป็นห่านภูตอารักษ์ แถมชาตินิยมอีกต่างหาก

                ดังนั้นเมื่อเซอร์กุสตาฟ ห่านผู้ห้าวหาญพบเห็นกระบวนการทารุณกรรมบรรดาห่านทั้งหลายทั่วเมืองฟรองซ์เข้าก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ ท่านเซอร์ห่านของเราจึงยอมละทิ้งหน้าที่เพื่อช่วยเหลือบรรดาห่านทั้งปวงให้ได้พบกับสิทธิ เสรีภาพ และภาดรภาพ (อันหลังเติมเพื่อความสวยงามน่ะ)

                เกียรติยศและวีรกรรมอันอาจหาญของท่านเซอร์คงได้รับการจารึกในประวัติศาสตร์ของประชากรห่านอย่างแน่นอน...ช่างน่ายินดี

                ...ถ้าไม่ติดว่า ทางสมาคมเอเอชจะประกาศรวมพลเอเอชให้ไปช่วยจับห่านที่หลุดออกไปเดินขบวนก่อม็อบน่ะนะ

                ดังนั้น อาฟานาส ฟาบรี เอเอชแรงค์บี จึงต้องมายืนเผชิญหน้าฝูงห่านนับพันตัวที่บุกมายึดหอตูร์เอเฟลเป็นฐานทัพจนเต็มแบบนี้

                ...นอกจากจับห่านแล้ว ยังต้องเช็ดขี้ห่านกันตาเหลือกสินะ

                เอาละ นั่นเป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดการหลังจากนี้ ประเด็นสำคัญคือจะจับห่านกันยังไงให้หมดนี่สิ

                จากนิทานที่เหมือนจะสวยหรูในข้างต้น เรื่องราวยังมีต่ออีกนิดหน่อย เจ้าหญิง...อะไรนั่นเกิดใจบุญ ยินดีไถ่ชีวิตกลุ่มห่านปฏิวัติหัวรุนแรงพวกนี้ด้วย พร้อมเงื่อนไขที่ทำให้คนจับปวดหัวคือ ‘ห้ามบรรดาห่านบาดเจ็บเด็ดขาด’

                เป็นคำสั่งที่ไม่กลัวคนจับห่านโดนห่านรุมจิกตายเลย...

                “อาฟานา” เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นผู้ช่วยตาใสของเอเอชหนุ่ม...อาลี...ไม่สิ ไลลา “จะเอาไงดี”

               อาฟานาสเพ่งมองขึ้นไปบนหอคอยตูร์เอเฟล...เห็นบรรดาห่านนับพันจ้องกลับลงมาเช่นกัน รอบข้างนั้นมีเหล่าเจ้าหน้าที่และเอเอชคนอื่นๆ อีกมากยืนอยู่ แต่ละคนก็คงคิดคล้ายๆ กันว่าจะทำอย่างไรให้พวกห่านลงมา (และต้องอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน)

               ที่สำคัญกว่านั้น ห่านบนหอนั่นก็กำลังคลั่งและบ้าเลือดได้ที่เพราะเพื่อนมันสองตัวถูกยิงตาย...ด้วยฝีมือใครสักคนที่อาฟานาสก็ไม่ทราบได้

               เอเอชหนุ่มก็ใช่จะพอใจกับเหตุการณ์นี้ นอกจากมันเป็นเขตความรับผิดชอบของเขาแล้ว เขายังไม่ชอบที่มันถูกกระทำทารุณเกินกว่าเหตุด้วย ไม่ว่าจะเพราะพวกพรานมายิงเล่น หรือคนที่ถูกทำร้ายแล้วตอบโต้...แม้อย่างหลังนั้นอาจเป็นเรื่องสุดวิสัยก็เถอะ

               และนั่นก็ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้รับผิดชอบทั้งหมดต้องปวดหัว

               จะให้ขึ้นไปลุยกันบนหอคอยก็เสียเปรียบอยู่แล้ว...ห่านมีปีก แต่คนไม่มีนี่นา แถมตอนนี้เจ้าสัตว์ปีกพวกนั้นก็พร้อมจะฆ่าใครสักคนที่อาจหาญไปต่อกรกับการปฏิวัติของมัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากห่าน...แม้พวกมันจะไม่ได้ชุมนุมด้วยหลักสันติอหิงสาก็เถอะ

                เอเอชหนุ่มกำลังคิดว่า กว่าจะจับห่านคลั่งที่พร้อมกลายเป็นเครื่องจักรสังหารแบบห่านๆ ได้ครบทุกตัวอย่างขนไม่ให้ร่วง หนังไม่ให้ถลอกได้ มนุษย์คนจับคงหนังหัวเปิด เลือดสาดกระจายกันไปก่อนแน่

                แต่เมื่อรักจะอยู่ฝ่ายพระเอก มันก็ต้องเหนื่อยกว่าฝ่ายผู้ร้ายตรงที่ ‘ศีลธรรม’ มันค้ำคอนี่แหละ (และถึงไม่มีศีลธรรมก็ยังมีค่าปรับค้ำคออยู่ดี...)

                ชายหนุ่มสลัดความคิดไร้สาระออกจากหัว

                กลับมาประเด็นเดิม...จะจับห่านยังไงดี

                “มีแผนไหมครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ เขาถามขึ้น อันที่จริงเจ้าหน้าที่หลายคนของฟรองซ์คงไม่ค่อยอยากเชื่อใจเอเอชต่างสายเลือดเชื้อชาติพันธุ์นักหรอก ถ้าไม่บังเอิญว่าระหว่างที่กำลังถูกห่านรุมประชาทัณฑ์ อาฟานาสจะเข้าไปช่วย และวางแผนจนต้อนบรรดาห่านมาอยู่ที่หอตูร์เอเฟลได้

               ส่วนรายละเอียดเป็นยังไงก็ช่างเถอะ เข้าใจเพียงว่าหลังจากใช้เวลาหลายวัน ในที่สุด ทุกคนก็ ‘กระชับพื้นที่’ ให้ห่านทั่วบริเวณนี้มารวมกันในพื้นที่เดียวได้สำเร็จ...แม้จะมีบางส่วนหนีไปทางพิพิธภัณฑ์รูฟล์ก็เถอะ

               “วางกำลังล้อมไว้ก่อนในระยะที่คาดว่าพวกห่านจะสามารถบินลงไปได้” เอเอชหนุ่มสั่ง “ต้องมีใครขึ้นไปไล่พวกมันลงมา”

               จบประโยค...เขาก็เห็นสีหน้าแสดงความสยดสยองของทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น

               หอตูร์เอเฟลมีความสูง 986 ฟุต (แบบไม่รวมเสาอากาศ) หรือสูงพอๆ กับตึก 81 ชั้น เป็นสัญลักษณ์สำคัญของฟรองซ์ และเป็นสิ่งก่อสร้างที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในปาครี แม้จะมีลิฟต์ มีบันได และห่านก็อยู่เพียงชั้นแรกกับชั้นสอง แต่กว่าจะขึ้นไปไล่จับห่านลงมาได้ก็คงหอบลิ้นห้อยกันเสียก่อน

               เรียกว่าเป็นแผนการตัดกำลังของเหล่าห่านชัดๆ นี่ยังไม่รวมว่าพวกมันอาจจะตัดสายไฟลิฟต์ไปแล้วด้วยรึเปล่า

               อาฟานาสไล่มองหน้าแต่ละคน ความอ่อนล้าจากหลายวันที่ต้องวิ่งไล่ห่านปรากฏอยู่บนใบหน้าของเจ้าหน้าที่พนักงานรวมถึงเอเอชบางส่วนที่มาร่วมด้วย ณ ที่นี้

               ตั้งแต่ห่านก่อม็อบ คนพวกนี้ก็ต้องวิ่งวุ่นวายจนพักผ่อนไม่เพียงพอ ไหนจะต้องดูแลประชาชนกับสาธารณสมบัติตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และต้องวิ่งไล่จับห่านทั้งกรุงปาครีอย่างละมุนละม่อมอีก (ซึ่งแน่นอนว่าเหนื่อยกว่าวิธีที่ไม่ต้องละมุนละม่อม) ดังนั้นคนที่ขึ้นบันไดราวเจ็ดร้อยขั้นไปวิ่งไล่ห่านบ้าเลือดพันกว่าตัวลงจากหอได้นี่ต้องแข็งแรงระดับนักกีฬาวิ่งมาราธอนสิบไมล์หรือแข่งไตรกีฬายังต้องนับถือ

               ก็คงต้องเป็นเอเอชที่ตะลุยน้ำข้ามดงปีนเขามาอย่างสมบุกสมบันเป็นประจำและพร้อมรับการจู่โจมแบบไม่คาดฝันของพวกห่านละนะ

               อาฟานาสตัดสินใจหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุด “เตรียมตาข่ายกับกรงเอาไว้ให้พร้อม ผมกับผู้ช่วยจะไปไล่มันลงมาเอง”

               คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็นเสียงสวรรค์สำหรับทุกคนในที่นั้น

               ทำไมไม่ให้เอเอชคนอื่นขึ้นไปน่ะหรือ...ก็เพราะเมื่อไล่ห่านลงมา เอเอชที่เชี่ยวชาญการรับมือกับตัวประหลาดทุกรูปแบบจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ช่วยให้เจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆ จับห่านได้สะดวกขึ้น

               และอันที่จริง...เขาคนเดียวก็พอ...เกินพอด้วยซ้ำ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับห่านบ้าคลั่งเป็นพันตัวก็ตาม

               ความจริงเขาอยากให้ไลลาอยู่ที่นี่มากกว่า แต่เขามั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยเด็กสาวต้องอยากไปกับเขาด้วย อีกทั้งให้เธอได้เก็บประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วยของเขาก็ดีเหมือนกัน

               “ถ้าเข้าใจแล้วก็ตามนี้” อาฟานาสบอกทุกคน แล้วจึงเดินไปหาหัวหน้าเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเพื่อนัดแนะแผนการรวมถึงแผนสำรองหากไม่เป็นไปดังที่ตั้งใจ

 

               หลายนาทีต่อมา อาฟานาสกับไลลาก็ขึ้นมาถึงชั้นแรกของหอตูร์เอเฟล 

               เด็กสาวหอบหายใจเล็กน้อย ส่วนเอเอชหนุ่มยังคงเดินตัวปลิวเหมือนเดินขึ้นบันไดแค่สามขั้น

               เพราะห่านน่าจะกัดสายไฟจึงทำให้ลิฟต์ใช้การไม่ได้อย่างที่คิด พวกเขาจึงต้องขึ้นบันไดสามร้อยกว่าขั้น และยิ่งต้องรีบหาที่ซ่อน เมื่อพวกห่านเดินผ่านมาตอนที่รองเท้าบูตหนาของเอเอชหนุ่มเหยียบลงพื้นเหล็กของชั้นแรก

               เหมือนพวกมันเพิ่งจะคิดได้ว่าอาจมีมนุษย์ขึ้นบันไดมา ถึงได้เพิ่งวางกองกำลังกว่าร้อยตัวเฝ้าแถวนั้น แบบนี้ใครก็ตามที่ขึ้นมาหลังจากนี้น่ากลัวจะโดนห่านจิกจนพลัดตกลงไปตาย และแบบนั้นจะยิ่งทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเลวร้ายลง

               อาฟานาสถอนหายใจ...ดีที่ตัดสินใจถูก

               จากการมองสำรวจอย่างคร่าวๆ ชั้นนี้มีห่านมีอยู่เยอะกว่าชั้นสองมาก...คงเพราะขึ้นมาง่ายกว่าและกว้างกว่า หากจัดการชั้นนี้ได้ ชั้นต่อไปก็สบายขึ้น

               แต่ปัญหาคือ ‘จะจัดการยังไง’ นี่สิ

               “อาฟานา” เสียงของผู้ช่วยเด็กสาวดังขึ้นข้างหู เบาเพียงกระซิบ อาฟานาสรู้ว่าเธอกำลังรอแผนการจากเขา

               การจะจับห่านให้ได้อย่างละมุนละม่อมไร้รอยขีดข่วน...ก็มีแต่ต้องใช้ยาสลบเท่านั้น

               หากเป็นที่อื่นคงไม่ยาก แต่ไม่ใช่กับหอตูร์เอเฟลที่อยู่สูง เปิดโล่ง และมีลมพัดแรงตลอดปี

               แผนการที่อาฟานาสเคยคิดไว้คือ ไล่ห่านลงไปให้พวกคนข้างล่างรับหน้าที่จับต่อ แต่เมื่อคิดอีกทีแล้ว หากห่านบินลงไปจากระดับความสูงเท่านี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะออกนอกวงล้อมของเจ้าหน้าที่ หรือบางทีสัตว์ปีกพวกนั้นอาจจะได้รับบาดเจ็บจากเหตุต่างๆ หรือไม่ก็อาจจะคลั่งจนทำร้ายเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง

               นั่นมันหายนะชัดๆ มีแต่จะยิ่งบาดเจ็บทั้งฝ่ายคนฝ่ายห่าน

               แม้เป็นการก่อความวุ่นวาย และพวกห่านก็ทำร้ายคนที่พบเห็นไม่เลือกหน้า แต่เอเอชหนุ่มก็รู้ว่าทำไมพวกมันถึงทำเช่นนี้

               การต้องถูกจับกรอกอาหารรสห่วยเพิ่มแต่ไขมันอยู่ในกรงแคบๆ ที่ไม่มีแม้ที่จะเดิน เพื่อมาเป็นอาหารจานเด็ดให้มนุษย์ที่ตัดสินทุกอย่างตามแต่ใจตนนั้นมันน่าแค้นแค่ไหน

               ห่านพวกนั้นทำอะไรผิดหรือ ถึงต้องโทษหนักยิ่งกว่านักโทษประหารขนาดนั้นเพียงเพื่อความพอใจของลิ้นมนุษย์

               ท่านเซอร์ห่านผู้ห้าวหาญจะโกรธจะแค้นจนต้องปลุกระดมประชากรห่านให้ลุกขึ้นต่อสู้ก็ไม่แปลก

               แค้นหรือ...

               อาฟานาสหรี่ตา...นึกถึงใครบางคน

 

“ความแค้นไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในสันดานมนุษย์ แต่เกิดขึ้นเพราะถูกกระตุ้นด้วยความเจ็บปวด 

ดังนั้น...มนุษย์ที่มีคุณธรรมที่สุดก็อาจเจ็บปวดจนตกสู่ห้วงแค้นได้”

 

               ใช่...บางทีมนุษย์ก็นึกถึงแต่ตัวเองเกินไปจนไม่เห็นความเจ็บปวดของผู้อื่น...โดนแบบนี้บ้างก็ดี

               ห่านพวกนี้เพียงลุกขึ้นต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของตัวเอง

               เพราะถูกทำก่อนถึงได้ตอบโต้ เพราะถูกทำร้ายถึงได้ต่อต้าน…

               “อาฟานา” ไลลาคงเห็นเขาเงียบไปนานจึงเรียกกระตุ้นอีกครั้ง เอเอชหนุ่มหันมายิ้มให้ผู้ช่วย “ตกลงจะทำยังไงกันดีล่ะ”

               เมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้ามนุษย์อื่นๆ อาฟานาสก็คงไม่มีอะไรให้ต้องระวังมากนัก นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาเลือกพื้นที่นี้ เอเอชหนุ่มกะไว้ว่าพวกห่านจะต้องขึ้นมาพักพิงที่บนหอสูงซึ่งคงจะขึ้นมายากในสถานการณ์เช่นนี้เป็นที่มั่นสุดท้าย

               นั่นหมายความเขาจะทำอะไรก็ได้ตามที่อยากทำ

               เสียงอั๋นๆ ของห่านทั้งหลายยังดังระงม บ้างก็แสดงความโกรธแทนเพื่อนที่ถูกจับและถูกยิงตาย บ้างแสดงความเหน็ดเหนื่อย และบ้างแสดงถึงความหวาดกลัว

               ...คงเพราะหลายวันมานี้พวกมันก็ไม่ได้พักเช่นกัน

               อาฟานาสรู้ว่าพวกมันกำลังพูดอะไร...มันก็มีความกลัวไม่ต่างจากมนุษย์ เพียงแต่เป็นสัตว์ซึ่งสมองส่วนหน้าไม่ได้ควบคุมสัญชาตญาณเอาไว้จึงไม่อาจยั้งคิดยั้งทำสิ่งที่ไม่ควรทำได้ ยิ่งต้องหนีบรรดามนุษย์กลุ่มใหญ่ที่มาวิ่งไล่ตลอดทั้งวันทั้งคืน ความเครียดความกดดันก็ยิ่งทำให้พวกมันก้าวร้าว (แม้มนุษย์เหล่านั้นพยายามอย่างยิ่งที่จะจับมันอย่างนุ่มนวลปานอุ้มเด็กอ่อนก็เถอะ แต่มันเป็นห่านนี่ จะรู้ได้ยังไงจริงไหม)

               พวกมันไม่อยากตาย...พวกมันอยากมีชีวิตรอด...

               บางทีห่านพวกนี้ก็น่ายกย่องในฐานะผู้ต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของเหล่าห่านละนะ

               เมื่อเหนื่อยกันมาทั้งสองฝ่ายแล้ว ก็ให้เรื่องจบลงแค่นี้เถอะ

               ในที่สุด ชายหนุ่มก็ก้าวออกไป

               ห่านทุกตัวหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียวกัน ทั้งจากบนชั้นสอง ข้างหลัง ข้างหน้า ด้านข้าง และตรงบันไดทางขึ้น ส่งเสียงอั๋นๆ ดังลั่นเหมือนจะถามกันว่า ปล่อยมนุษย์สองคนขึ้นมาได้อย่างไร

               ไลลาดูตกใจสุดขีดที่อยู่ๆ อาฟานาสก็โผล่ออกไปแบบไร้การนัดแนะ เธอถลันออกมาหันหลังชนหลังเขาเพื่อระวังห่านที่อยู่อีกด้าน

               เมื่อนั้นเอง เหล่าห่านก็กรูกันเข้ามาอย่างกราดเกรี้ยว

               ไลลาตั้งท่าจะยกปืน แต่ชายหนุ่มกดมือเธอลง

 

 

Lay down your head and I’ll sing you a lullaby

Back to the years of loo-li lai-lay

And I’ll sing you to sleep and I’ll sing you tomorrow

Bless you with love for the road that you go

May you sail far to the far fields of fortune

With diamonds and pearls at your head and your feet

And may you need never to banish misfortune

May you find kindness in all that you meet

May there always be angels to watch over you

To guide you each step of the way

To guard you and keep you safe from all harm

Loo-li, loo-li, lai-lay 


May you bring love and may you bring happiness

Be loved in return to the end of your days

Now fall off to sleep, I'm not meaning to keep you

I'll just sit for a while and sing

loo-li, lai-lay 


May there always be angels to watch over you

To guide you each step of the way

To guard you and keep you safe from all harm

Loo-li, loo-li, lai-lay, loo-li, loo-li, lai-lay 


Loo-li, loo-li, loo-li, lai-layLoo-li, loo-li, loo-li lai-lay

Loo-li, loo-li, loo-li lai-lay

Loo-li, loo-li, loo-li lai-layLoo-li, lai-lay


               เสียงเพลงจากปากของอาฟานาสทำให้ทั้งห่านทั้งผู้ช่วยของเขาชะงักอยู่กับที่ แรกร้องพวกห่านที่ตั้งสติได้ยังจะพุ่งเข้าหา แต่เมื่อเข้าท่อนต่อมาพวกมันก็เริ่มสงบ ท่อนสาม พวกมันพากันนอนลง และเมื่อถึงท่อนสี่ก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

               เสียงอั๋นๆ ที่ดังลั่นหอตูร์เอเฟลเงียบลง...เหลือเพียงเสียงเพลงอันนุ่มนวลและอบอุ่นราวกับไอแดดยามเช้าตรู่ที่อาบไล้ทุกชีวิตอย่างอ่อนโยน

               จนสิ้นเสียง ห่านทุกตัวต่างก็หลับใหลไปอย่างอ่อนเพลีย ไม่มีวี่แววของความบ้าคลั่งอีก

               “จบภารกิจแล้วละ เดี๋ยวไปซ่อมลิฟต์กัน แล้วจะได้ให้เจ้าหน้าที่พวกนั้นขึ้นมาบนนี้” อาฟานาสบอกผู้ช่วยของเขา

               “อาฟานาทำอะไรเหรอ” เด็กสาวถาม พร้อมมองตาแป๋วอย่างใสซื่อ

               “ทำอย่างที่ควรทำ” เอเอชหนุ่มยักไหล่ “ก็เขาให้จับห่านอย่างละมุมละม่อมไร้ริ้วรอยขีดข่วนนี่นา”

               “อือ” เธอพยักหน้ารับง่ายๆ แล้วยิ้มให้ “ไม่มีใครบาดเจ็บก็ดีแล้วละ”

               “ก็เหนื่อยกันมามากแล้วนี่นา จบง่ายๆ จะได้พักผ่อนเสียที” อาฟานาสถอนหายใจ “พวกห่านมันก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าจะเรียกร้องสิทธิ์ที่ตัวเองควรได้ละนะ”

               เพราะความเจ็บ ความแค้น ทำให้พวกมันลุกขึ้นมา...บางทีอับดัลเชตันก็คงไม่ต่างกัน

               “อือ...” ไลลาส่งเสียงรับ แล้วพิงไหล่ของเขา

               “ป่ะ รีบจัดการให้เรียบร้อยเถอะ เนอะ” เขายิ้มให้

               เด็กสาวพยักหน้า แล้วเดินไปอุ้มห่านตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมา ส่วนชายหนุ่มตรงไปยังลิฟต์ตัวใหญ่ของหอตูร์เอเฟล จัดการอะไรวุ่นวายอยู่พักหนึ่งจนมันกลับมาใช้การได้ตามปกติแล้ว จึงค่อยกดโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่แลกเบอร์ไว้ บอกพวกนั้นว่า ห่านพวกนี้คงเหนื่อยจัด หรือไม่ก็ไปกินพืชอะไรที่ทำให้ง่วง จึงพากันหลับหมด ตอนนี้ข้างบนปลอดภัย ให้ขึ้นมาจับพวกมันไปได้เลย และลิฟต์ก็ซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว

               “ความแค้นนี่ก็นะ เริ่มได้เพราะรัก...ก็จบได้เพราะรัก” ชายหนุ่มเปรยขึ้นมาหลังจากวางโทรศัพท์แล้ว

               อย่างเหตุการณ์ครั้งนี้ เรื่องก็เกิดเพราะท่านเซอร์ห่านรักในพวกพ้อง แต่ก็ดูจะจบอย่างแฮปปี้ (ไม่นับบรรดาคนที่โดนห่านจิกจนช้ำ...อาจรวมถึงพวกเจ้าหน้าที่ที่ต้องเหนื่อยไล่จับห่าน แต่ได้ข่าวว่าสวัสดิการเงินดีนักแถมเงินชดเชยก็มหาศาล น่าจะแฮปปี้หลังจากนี้ได้ไม่ยาก) เพราะรักที่เจ้าหญิงอะไรสักอย่างมีให้ห่านภูตของตน...ถึงแม่นางจะโลกสวยไปหน่อยก็เถอะ แต่บางทีทางชีวิตอันโหดร้ายก็ต้องการอะไรสวยๆ งามๆ เหมือนกัน

               ทว่าอาฟานาสก็รู้...แม้ห่านชุดนี้จะได้ใช้ชีวิตที่ดีในฐานะพระสหายสุดรักที่ร่วมเป็นร่วมตายของท่านเซอร์ห่าน แต่ห่านรุ่นต่อๆ ไปอาจไม่โชคดีด้วย ถึงอย่างนั้นองค์กรพิทักษ์สัตว์และบรรดาคนรักสัตว์ซึ่งรณรงค์ต่อต้านเรื่องการทรมานสัตว์ก็น่าจะได้ช่องทางช่วยเหลือห่านตัวอื่นๆ

               แม้ไม่ทุกตัว...แต่ส่วนใหญ่คงมีชีวิตที่ดีขึ้น

               อาฟานาสอมยิ้มน้อยๆ ขณะได้ยินเสียงผู้ช่วยสาวตอบว่า “หือ?”

               เขาหันไปมอง

               “อืม...ถ้าใช้ความรักแก้เรื่องพ่อได้...ก็ดีเหมือนกันนะ” เธอว่า สีหน้าเจื่อนลง

               ชายหนุ่มยิ้มให้ รู้ว่าเธอคิดถึงอะไรอยู่ “ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นะ”

               เขารู้ มีบางคนที่ต่อให้รักมากแค่ไหนก็ไม่อาจละทิ้งความแค้นของตนได้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะกลับตัวกลับใจได้เพราะรัก

               แต่ก็ต้องลองดู...

               อาฟานาสมองเหม่อออกไปยังทิวทัศน์ของเมืองปาครีใต้หอสูง หากไม่นับมูลห่านที่เรี่ยราดทั่วหอ บรรยากาศยามลมแห่งฟรองซ์พัดมาก็ไม่เลวทีเดียว

               เขาเอง...ก็ต้องลองเหมือนกัน

               จะทำให้ ‘คนคนนั้น’ หลุดจาก ‘ความแค้น’ ได้ไหมนะ...

 

======================================

 

อา...ดูเหมือนจะมีสาระ

เว้นต์แรกก็ต้องเผยไต๋กันซะแล้ว...ห่านนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ oTLlll             

แถมเพลงที่อาฟร้องก่ะ~ ชอบเพลงนี้มากเลย เป็นเพลงที่เหมาะแก่การนอนเหลือเกิน อา~

             

Comment

Comment:

Tweet

อาฟเป็นเรย์วาเทล! /โดนถีบออกเพราะมุกวงในเกิน *0*
ไลลา...หนูช่างยอมรับง่ายยิ่งนัก ไม่สงสัยอะไรเลย 555+

#4 By NithiN on 2012-11-19 09:28

โอ้ว  อาฟใช้มนต์เพลงได้!? 
แต่วิธีการของอาฟสันติกว่าที่คิดมากครับ =v=b

#3 By runaway guy on 2012-11-18 19:36

อาฟโชว์พลังเสียง โอววววว

#2 By cpthippo on 2012-11-18 19:28

อาฟานาสเท่มากค่ะ>w< ชอบตอนร้องเพลงมากกกก

#1 By Raina_Amari on 2012-11-18 19:01