[AHA Event 1] Wild Goose Hunt - Afanas Fabre

posted on 18 Nov 2012 12:56 by fierceff in AHA

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

           

 

หลังจากนั่งมึน นั่งอู้ เคลียร์งานเข้า ก็ได้ฤกษ์เคลียร์อีเว้นต์ซักที...

เขียนไม่ยาวหรอก (มั้ง?) แต่ตอนคิดว่าจะทำยังไงนี่สิ = =

เอาเป็นว่าเป็นฟิกแบบเรียบๆ ง่ายๆ เลยละกันเนอะ ตอนแรกกะว่าจะเป็นสี่ช่อง แต่นึกมุกไม่ออกง่ะ

อ่ะเคร พล่ามมาพอแล้ว ก็ว่ากันเลยละกัน

 

ป.ล. เอาของลูกชายไปก่อน ลูกสาวยังมิได้คิด...

 

======================================

 

Event หลัก 1 Wild Goose Hunt

ตัวละคร : อาฟานาส ฟาบรี (Afanas Fabre)

ตำแหน่ง : อาร์ติแฟกต์ฮันเตอร์ แรงก์ B

 

                บนโลกนี้มีปรากฏการณ์เกี่ยวกับสัตว์มากมายที่น่าทึ่ง

                อย่างฝูงตั๊กแตนนับแสนนับล้านตัวรุมกินพืชพันธุ์ของชาวไร่ การอพยพของปูแดง การกระโดดหน้าผาของหนูแลมมิ่ง ฯลฯ

                และนี่ก็เป็นอีกปรากฏการณ์หนึ่ง

                ฝูงห่าน...ไม่ใช่ธรรมดาด้วยสิ นี่มันคือการปฏิวัติ!

                เรื่องราวเป็นมายังไงน่ะหรือ...

                กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้าหญิงแห่งโมกาโนซึ่งมีพระนามว่า...อะไรก็ช่างเหอะ เสด็จประพาสที่ฟรองซ์ซึ่งเป็นประเทศแห่งตับห่าน (และอาหารประหลาดสารพัดอีกนับร้อยอย่าง) พร้อมอัศวินประจำพระองค์นามว่า เซอร์กุสตาฟ

                เรื่องราวดูเหมือนจะเรียบร้อยดี ถ้าหากไม่ใช่เพราะ...

เซอร์กุสตาฟเป็นห่าน

                ไม่ใช่ห่านธรรมดา แต่ยังเป็นห่านภูตอารักษ์ แถมชาตินิยมอีกต่างหาก

                ดังนั้นเมื่อเซอร์กุสตาฟ ห่านผู้ห้าวหาญพบเห็นกระบวนการทารุณกรรมบรรดาห่านทั้งหลายทั่วเมืองฟรองซ์เข้าก็ไม่อาจนิ่งดูดายได้ ท่านเซอร์ห่านของเราจึงยอมละทิ้งหน้าที่เพื่อช่วยเหลือบรรดาห่านทั้งปวงให้ได้พบกับสิทธิ เสรีภาพ และภาดรภาพ (อันหลังเติมเพื่อความสวยงามน่ะ)

                เกียรติยศและวีรกรรมอันอาจหาญของท่านเซอร์คงได้รับการจารึกในประวัติศาสตร์ของประชากรห่านอย่างแน่นอน...ช่างน่ายินดี

                ...ถ้าไม่ติดว่า ทางสมาคมเอเอชจะประกาศรวมพลเอเอชให้ไปช่วยจับห่านที่หลุดออกไปเดินขบวนก่อม็อบน่ะนะ

                ดังนั้น อาฟานาส ฟาบรี เอเอชแรงค์บี จึงต้องมายืนเผชิญหน้าฝูงห่านนับพันตัวที่บุกมายึดหอตูร์เอเฟลเป็นฐานทัพจนเต็มแบบนี้

                ...นอกจากจับห่านแล้ว ยังต้องเช็ดขี้ห่านกันตาเหลือกสินะ

                เอาละ นั่นเป็นอีกเรื่องที่ต้องจัดการหลังจากนี้ ประเด็นสำคัญคือจะจับห่านกันยังไงให้หมดนี่สิ

                จากนิทานที่เหมือนจะสวยหรูในข้างต้น เรื่องราวยังมีต่ออีกนิดหน่อย เจ้าหญิง...อะไรนั่นเกิดใจบุญ ยินดีไถ่ชีวิตกลุ่มห่านปฏิวัติหัวรุนแรงพวกนี้ด้วย พร้อมเงื่อนไขที่ทำให้คนจับปวดหัวคือ ‘ห้ามบรรดาห่านบาดเจ็บเด็ดขาด’

                เป็นคำสั่งที่ไม่กลัวคนจับห่านโดนห่านรุมจิกตายเลย...

                “อาฟานา” เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นผู้ช่วยตาใสของเอเอชหนุ่ม...อาลี...ไม่สิ ไลลา “จะเอาไงดี”

               อาฟานาสเพ่งมองขึ้นไปบนหอคอยตูร์เอเฟล...เห็นบรรดาห่านนับพันจ้องกลับลงมาเช่นกัน รอบข้างนั้นมีเหล่าเจ้าหน้าที่และเอเอชคนอื่นๆ อีกมากยืนอยู่ แต่ละคนก็คงคิดคล้ายๆ กันว่าจะทำอย่างไรให้พวกห่านลงมา (และต้องอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน)

               ที่สำคัญกว่านั้น ห่านบนหอนั่นก็กำลังคลั่งและบ้าเลือดได้ที่เพราะเพื่อนมันสองตัวถูกยิงตาย...ด้วยฝีมือใครสักคนที่อาฟานาสก็ไม่ทราบได้

               เอเอชหนุ่มก็ใช่จะพอใจกับเหตุการณ์นี้ นอกจากมันเป็นเขตความรับผิดชอบของเขาแล้ว เขายังไม่ชอบที่มันถูกกระทำทารุณเกินกว่าเหตุด้วย ไม่ว่าจะเพราะพวกพรานมายิงเล่น หรือคนที่ถูกทำร้ายแล้วตอบโต้...แม้อย่างหลังนั้นอาจเป็นเรื่องสุดวิสัยก็เถอะ

               และนั่นก็ทำให้เจ้าหน้าที่และผู้รับผิดชอบทั้งหมดต้องปวดหัว

               จะให้ขึ้นไปลุยกันบนหอคอยก็เสียเปรียบอยู่แล้ว...ห่านมีปีก แต่คนไม่มีนี่นา แถมตอนนี้เจ้าสัตว์ปีกพวกนั้นก็พร้อมจะฆ่าใครสักคนที่อาจหาญไปต่อกรกับการปฏิวัติของมัน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัสจากห่าน...แม้พวกมันจะไม่ได้ชุมนุมด้วยหลักสันติอหิงสาก็เถอะ

                เอเอชหนุ่มกำลังคิดว่า กว่าจะจับห่านคลั่งที่พร้อมกลายเป็นเครื่องจักรสังหารแบบห่านๆ ได้ครบทุกตัวอย่างขนไม่ให้ร่วง หนังไม่ให้ถลอกได้ มนุษย์คนจับคงหนังหัวเปิด เลือดสาดกระจายกันไปก่อนแน่

                แต่เมื่อรักจะอยู่ฝ่ายพระเอก มันก็ต้องเหนื่อยกว่าฝ่ายผู้ร้ายตรงที่ ‘ศีลธรรม’ มันค้ำคอนี่แหละ (และถึงไม่มีศีลธรรมก็ยังมีค่าปรับค้ำคออยู่ดี...)

                ชายหนุ่มสลัดความคิดไร้สาระออกจากหัว

                กลับมาประเด็นเดิม...จะจับห่านยังไงดี

                “มีแผนไหมครับ” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ เขาถามขึ้น อันที่จริงเจ้าหน้าที่หลายคนของฟรองซ์คงไม่ค่อยอยากเชื่อใจเอเอชต่างสายเลือดเชื้อชาติพันธุ์นักหรอก ถ้าไม่บังเอิญว่าระหว่างที่กำลังถูกห่านรุมประชาทัณฑ์ อาฟานาสจะเข้าไปช่วย และวางแผนจนต้อนบรรดาห่านมาอยู่ที่หอตูร์เอเฟลได้

               ส่วนรายละเอียดเป็นยังไงก็ช่างเถอะ เข้าใจเพียงว่าหลังจากใช้เวลาหลายวัน ในที่สุด ทุกคนก็ ‘กระชับพื้นที่’ ให้ห่านทั่วบริเวณนี้มารวมกันในพื้นที่เดียวได้สำเร็จ...แม้จะมีบางส่วนหนีไปทางพิพิธภัณฑ์รูฟล์ก็เถอะ

               “วางกำลังล้อมไว้ก่อนในระยะที่คาดว่าพวกห่านจะสามารถบินลงไปได้” เอเอชหนุ่มสั่ง “ต้องมีใครขึ้นไปไล่พวกมันลงมา”

               จบประโยค...เขาก็เห็นสีหน้าแสดงความสยดสยองของทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น

               หอตูร์เอเฟลมีความสูง 986 ฟุต (แบบไม่รวมเสาอากาศ) หรือสูงพอๆ กับตึก 81 ชั้น เป็นสัญลักษณ์สำคัญของฟรองซ์ และเป็นสิ่งก่อสร้างที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในปาครี แม้จะมีลิฟต์ มีบันได และห่านก็อยู่เพียงชั้นแรกกับชั้นสอง แต่กว่าจะขึ้นไปไล่จับห่านลงมาได้ก็คงหอบลิ้นห้อยกันเสียก่อน

               เรียกว่าเป็นแผนการตัดกำลังของเหล่าห่านชัดๆ นี่ยังไม่รวมว่าพวกมันอาจจะตัดสายไฟลิฟต์ไปแล้วด้วยรึเปล่า

               อาฟานาสไล่มองหน้าแต่ละคน ความอ่อนล้าจากหลายวันที่ต้องวิ่งไล่ห่านปรากฏอยู่บนใบหน้าของเจ้าหน้าที่พนักงานรวมถึงเอเอชบางส่วนที่มาร่วมด้วย ณ ที่นี้

               ตั้งแต่ห่านก่อม็อบ คนพวกนี้ก็ต้องวิ่งวุ่นวายจนพักผ่อนไม่เพียงพอ ไหนจะต้องดูแลประชาชนกับสาธารณสมบัติตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง และต้องวิ่งไล่จับห่านทั้งกรุงปาครีอย่างละมุนละม่อมอีก (ซึ่งแน่นอนว่าเหนื่อยกว่าวิธีที่ไม่ต้องละมุนละม่อม) ดังนั้นคนที่ขึ้นบันไดราวเจ็ดร้อยขั้นไปวิ่งไล่ห่านบ้าเลือดพันกว่าตัวลงจากหอได้นี่ต้องแข็งแรงระดับนักกีฬาวิ่งมาราธอนสิบไมล์หรือแข่งไตรกีฬายังต้องนับถือ

               ก็คงต้องเป็นเอเอชที่ตะลุยน้ำข้ามดงปีนเขามาอย่างสมบุกสมบันเป็นประจำและพร้อมรับการจู่โจมแบบไม่คาดฝันของพวกห่านละนะ

               อาฟานาสตัดสินใจหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ที่สุด “เตรียมตาข่ายกับกรงเอาไว้ให้พร้อม ผมกับผู้ช่วยจะไปไล่มันลงมาเอง”

               คำพูดนั้นดูเหมือนจะเป็นเสียงสวรรค์สำหรับทุกคนในที่นั้น

               ทำไมไม่ให้เอเอชคนอื่นขึ้นไปน่ะหรือ...ก็เพราะเมื่อไล่ห่านลงมา เอเอชที่เชี่ยวชาญการรับมือกับตัวประหลาดทุกรูปแบบจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ช่วยให้เจ้าหน้าที่หน่วยอื่นๆ จับห่านได้สะดวกขึ้น

               และอันที่จริง...เขาคนเดียวก็พอ...เกินพอด้วยซ้ำ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับห่านบ้าคลั่งเป็นพันตัวก็ตาม

               ความจริงเขาอยากให้ไลลาอยู่ที่นี่มากกว่า แต่เขามั่นใจว่าร้อยทั้งร้อยเด็กสาวต้องอยากไปกับเขาด้วย อีกทั้งให้เธอได้เก็บประสบการณ์ในฐานะผู้ช่วยของเขาก็ดีเหมือนกัน

               “ถ้าเข้าใจแล้วก็ตามนี้” อาฟานาสบอกทุกคน แล้วจึงเดินไปหาหัวหน้าเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยเพื่อนัดแนะแผนการรวมถึงแผนสำรองหากไม่เป็นไปดังที่ตั้งใจ

 

               หลายนาทีต่อมา อาฟานาสกับไลลาก็ขึ้นมาถึงชั้นแรกของหอตูร์เอเฟล 

               เด็กสาวหอบหายใจเล็กน้อย ส่วนเอเอชหนุ่มยังคงเดินตัวปลิวเหมือนเดินขึ้นบันไดแค่สามขั้น

          &