[AHA Sub Event 2] Character Song

posted on 26 Dec 2012 00:15 by fierceff in AHA

ความจริงเขียนมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว มัวแต่รอตบ รอนั่นรอนี่ จนเสร็จซักที...

เผื่อส่งท้ายลูกสาว (??) อาจจะถอนตัวละครเพราะไม่ได้เล่น แต่ปีบนี่เรียบง่ายดีนะ ;w;

ว่าแล้วก็แปะ...

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

               ช่วงปลายฤดูร้อนซึ่งกำลังจะเข้าหน้าฝนของกาญจนาเริ่มมีฝนตกประปราย ยิ่งบนภูเขาที่ปกติก็มีฝนตกบ่อยกว่าที่อื่นด้วยแล้วก็ยิ่งเย็นชื้น

               เด็กหญิงคนหนึ่งยืนมองจ้องใบไม้ มีหยดน้ำเล็กๆ บนนั้น ก่อนที่มันจะตกลงสู่ธารน้ำ ช่วงนี้หน้าฝน ทางน้ำไหลแรง พ่อของเธอบอกว่ามันจะไหลผ่านหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ลงไปเป็นน้ำตก และรวมกันเป็นแม่น้ำไหลออกสู่ทะเล

               เธอชอบมองหยดน้ำจากใบไม้เหล่านั้น บางทีก็ชอบมองฝน ชอบตั้งคำถามว่ามันจะไปที่ใด

               ระหว่างนั้นเอง สายตาของเธอก็กวาดมองไล่ลงมาใต้ต้นไม้นัน แล้วหลันชะงักกับบางสิ่ง เธอจ้องมองนิ่งอย่างสนใจ

               “ปีบ มีอะไรเหรอลูก” คนที่เป็นญาติกันซึ่งพาเธอมาที่แห่งนี้เรียก

               ปีบหันมองคนเป็นผู้ใหญ่กว่า ก่อนจะมองกลับไปที่เดิมอีกครา แล้วมองกลับไปที่ญาติตนอีกหน เป็นเช่นนี้อยู่หลายที จนโดนถามซ้ำ เธอจึงยอมละสายตาจากพื้นที่ตรงนั้นแล้วเดินไปหาอีกฝ่าย

               คุณน้าไม่เห็นหรือไงนะ...

               เด็กหญิงมองกลับไปอีกครั้ง

               ...ตรงนั้น...อีกฟากของธารน้ำ มีเด็กอีกคน ใบหน้าขาวซีด มองเธอกลับมาเช่นกัน

               ‘เธอเห็นฉันเหรอ’ เป็นคำที่ปีบได้ยินในหัว ‘เห็นใช่ไหม’

               ปีบอยากพยักหน้าแล้วตอบไป หากไม่ติดว่าน้าจะพาเธอเดินออกไปหลังจากการเก็บของป่าที่มีมาตั้งแต่ครึ่งวันเช้าจบลง

.

.

               “ไปเจออะไรมาล่ะ” เป็นคำของพ่อเมื่อลูกสาวคนเดียวกลับมาถึงบ้าน

               เด็กหญิงเลิกคิ้ว แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกทักว่าไปทำอะไรมาบ้างหรือเจออะไรมา ถึงเข้าใจว่าบิดาของตนมีสัมผัสพิเศษที่เหนือกว่าคนปกติอยู่แล้ว

               แม้ไม่ต้องถามหรือกระทั่งสบตา พ่อก็รู้ได้ว่าเธอไปเจออะไรที่ผิดปกติเหนือธรรมชาติมา...อย่างเช่นเด็กคนนั้นในป่า

               ปีบเองก็เห็นอะไรประหลาดๆ อย่างนั้นมาตั้งแต่เด็กแล้ว...เรียกว่าจำความได้ก็เล่นกับแม่ซื้อ (วิญญาณผู้หญิงที่คอยดูแลเด็กตามความเชื่อของกาญจนา) เคยเห็นผีโพง หรืออะไรที่แปลกยิ่งๆ กว่านั้นเสมอ โดยเฉพาะทุกครั้งที่เข้าป่าไปเก็บของป่ากับแม่หรือญาติๆ

               ด้วยเหตุนี้ พ่อถึงไม่เคยอนุญาตให้เธอไปป่าคนเดียวสักครั้ง และถึงไปกับคนอื่นก็ยังต้องระมัดระวังตัวเป็นหลายเท่าของคนปกติ

               ปีบไม่คิดว่าความสามารถที่มีเป็นของไม่ดี แต่ก็น่าอึดอัดเมื่อต้องถูกห้ามนั่นห้ามนี่อยู่เสมอเพราะ ‘สิ่งผิดปกติรอบตัว’ ...เคยเลวร้ายถึงขนาดที่เกือบทำเด็กหญิงจมน้ำเมื่อคนที่เธอไปตามคำเรียกเพราะคิดว่าเป็นแม่นำไปสู่น้ำลึกที่น้ำตกบนดอย

               “เด็กคนนั้นไม่ใช่คนหรอก อย่าไปยุ่งเลย” ยังไม่ทันที่เธอจะตอบอะไร พ่อก็พูดมาก่อน

               “คุณพ่อเคยเห็นเหรอ” เมื่อเห็นว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังใดๆ ปีบก็ขยับไปนั่งข้างๆ บิดาซึ่งสวมชุดขาวตลอดทั้งปี

               “ไม่เคยเห็นด้วยตา แต่รู้ได้จากอย่างอื่น” เป็นคำตอบที่ชวนสงสัยไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ

               “เขาเป็นใครเหรอ” เด็กหญิงยังถามต่อ

               “ไม่ต้องรู้หรอก”

               และนั่นเป็นการตัดบท พอดีกับที่แม่เรียกให้เธอไปช่วยเตรียมสำรับมื้อกลางวัน

.

.

               บางครั้งปีบก็ไม่เข้าใจ

               พ่อสอนเสมอไม่ใช่หรือว่าการเป็น ‘คนพิเศษ’ ที่มองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นเช่นนี้ถือเป็นบุญนัก

               สิ่งพวกนี้ไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายอย่างที่ใครๆ คิด หลายสิ่งก็เคยเป็นคนมาก่อน...เพียงแต่ประสบวิบากกรรมและต้องไปก่อนคนอื่นอย่างน่าเวทนา เหลือเพียงพลังงานที่วนเวียนเพราะความห่วงหาอาลัยบนโลก

               มันน่าสงสารไม่ใช่หรือ...

               พ่อบอกว่าเพราะเห็น ก็เลยได้ใกล้ชิด ได้เข้าใจสิ่งเหล่านั้น และรู้วิธีแก้ไขเมื่อสิ่งเหล่านั้นทำอันตราย พ่อบอกอีกว่าพวกนั้นน่าสงสาร ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใครหรอก เพียงแต่มาขอส่วนบุญเพื่อไปสู่ที่ที่ดีกว่านี้

               แต่สำหรับเธอ...สิ่งที่พ่อให้ทำมีเพียงวางเฉยและอย่าไปสุงสิงด้วย

       &n