Diary

ถ้าฝนตก...คุณจะนึกถึงอะไร?

ความเงียบเหงา ความเศร้า หรือความโรแมนติค

แต่สำหรับเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้.....อันเนื่องมาจากวันฝนตกนี่แหละ

จะทำให้คุณรู้สึกยังไง?

 

เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมา ( มันลงวันที่เลยว่ะ ) พอดีว่าช่วงพักเที่ยงพวกเราแก็งค์พาวเวอร์พัฟ ( ถือวิสาสะตั้งชื่อเองก็แล้วกัน ) อันประกอบด้วยเราเอง สาวแว่นและสาวกาแฟ ใครนึกไม่ออกให้กลับไปอ่านเอนทรี่ที่แล้ว ( มีความเดิมตอนที่แล้วด้วยว่ะ )

และเพื่อให้คุณเข้าใจง่ายขึ้น...จะขอเล่าแบบมีภาพประกอบละกัน ( มันวาดเล่นเวลางานอีกแล้ว จะผ่านโปรไหมเนี่ยกรู -*- )

แบบว่า...ช่วงนั้นฟ้าครึ้มดำทะมึน ฝนตั้งท่าเตรียมเทลงมาเต็มที่ เราสามคนก็พากันมองฟ้าอย่างไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่

แต่ก็ตัดสินใจออกไปซื้อข้าวกล่องที่เซเว่น เพราะใกล้ และคิดว่าน่าจะกลับมาทันก่อนฝนตก ตอนนั้นแต่ละคนไม่ได้เอาร่มไปเพราะชะล่าใจไปหน่อย

ผล....

ติดฝนอยู่เซเว่นน่ะสิครับ แบบว่าตกมาแรงมากด้วย ทีแรกก็ปรึกษากันว่าจะรอจนกว่าฝนจะซาไม่ก็หยุดก่อนค่อยกลับ แต่พอดีบริษัทเราค่อนข้างเคร่งเรื่องเวลาเข้าออก ก็เลยร้อน ๆ หนาว ๆ เล็กน้อย (  เพราะอากาศเปลี่ยนมากกว่า ) แต่ประเด็นหลักอยู่ที่ว่าอยู่เซเว่นแล้วไม่มีอะไรทำสู้กลับไปนั่งเล่นเน็ตฟรีที่บริษัทดีกว่า

ดังนั้น...ในขณะที่กำลังหาหนทาง...โดยมีโจทย์ว่า ตัวเรา สาวแว่น และสาวกาแฟไปซื้อข้าวกล่องที่เซเว่น แต่ว่าฝนกลับตกอย่างหนัก ตัวเรา สาวแว่นและสาวกาแฟ จะกลับบริษัทอย่างไรโดยให้เปียกฝนน้อยที่สุด ( พอดีทำหนังสือเกี่ยวกับแบบเรียนเลยติดมาน่ะ )

ก็พอดีสายตาก็มองไปเห็นทางข้าง ๆ ซึ่งเป็นตึกแถวเชื่อมต่อกันทั้งแถบ ดังนั้นความจริงแล้วบริเวณหน้าอาคารแต่ละส่วนจะติดกันเป็นแถวยาว แต่ว่าดันมีแผ่นป้ายกับพวกกระถางต้นไม้ขวางนี่สิ...

แต่ว่า...สุดท้ายสาวแว่นก็ออกนำ...

เลยเหมือนเล่นเกมอะไรซักอย่างกลาย ๆ เช่นเข้าตามช่อง ระวังป้าย กระโดดข้ามกระถางต้นไม้ ช่างเป็นสีสันในชีวิตยามฝนตกจริง ๆ

แต่ชีวิตจริงไม่ใช่เกม ดังนั้นมันจึงไม่สวยหรูเสมอไป! เมื่อสุดท้ายเราทั้งสามก็เจอกับทางตันเข้า

เราทั้งสามจึงตัดสินใจยืนรอให้ฝนซาอย่างเสียมิได้ ระหว่างรอก็คุยกันไปตามประสาสาว ๆ บ้าหนังสือ สาวกาแฟบอกว่าให้บรรยากาศเหมือนหนังเกาหลีดี ที่ฝนตกแล้วต้องพากันผ่าฝนไปกันสองต่อสอง ( แต่บังเอิญพวกเรามีสามว่ะ ) ส่วนสาวแว่นกับเรากำลังยืนจ้องเชฟโรเลทฝั่งตรงข้ามที่มีคนถือร่มหลายคันอยู่ว่าน่าจะแบ่งมาทางนี้บ้าง

"โทรไปร้องไห้บอกคุณบอสกันเถอะว่าเอาร่มออกมารับพวกหนูที" เริ่มมีการเสนอความคิดเห็น เพราะปกติคุณบอสแผนกเราชอบออกมากินข้าวทีหลัง ก็เลยพากันชะโงกหน้าดูว่าคุณบอสจะโผล่มารับบ้างไหม

แต่ในขณะที่กำลังรอคุณบอสสุดหล่อให้มารับเหมือนในหนังเกาหลีกันอยู่นั้น.....

 

"สาวกล้า" คือหนึ่งในพนักงานบริษัทที่พวกเราค่อนข้างเจอหน้ากันบ่อยเพราะชีเป็นฝ่ายธุรการบก.

อย่างที่เห็น...ชีกล้ามากขนาดถอดรองเท้าวิ่งฝ่าฝนไปยังบริษัท พวกเราจึงได้แต่มองตามชีไป ก่อนจะหันกลับมามองหน้ากันว่าจะทำยังไงดี

 

เวลาผ่านไป...ประมาณ 8 นาที...

 

พวกเราที่กำลังจะก่อเหตุชิงร่มผู้ที่เดินผ่านอยู่นั้น ก็หันไปเห็นคนคนหนึ่ง ถือร่มมาแต่ไกล

และเมื่อเข้ามาใกล้....

พวกเราจึงพบว่า....

สาวกล้าชีกลับไปเอาร่มที่บริษัทมารับพวกเรา  

ซึ่งบอกได้คำเดียวว่า....

 

 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....

1. เหตุการณ์แบบหนังเกาหลีสามารถเกิดได้ในประเทศไทย

2. ถ้าสาวกล้าเป็นผู้ชายพวกเราสามคนคงรุมจีบไปแล้ว

3. การกางร่มฝ่าฝนกันสี่คนที่มันสนุกจริง ๆ ให้ดิ้นตาย!

4. นั่งตากแอร์ขณะผมเปียกทำให้เป็นหวัดได้นะจ๊ะ

 

 

 

 

ป.ล. ประกวดตั้งชื่อหนังเรื่องนี้ ชื่อใดถูกใจ ไม่มีรางวัลให้นะจ๊ะ ( แล้วจะประกวดหาพระแสงอะไรวะ? )

ป.ล.2 หวัดแอบแดรก สูดน้ำมูกซืด ๆ อยู่เนี่ย ดีนะไม่เป็นอะไรมาก เง้อ!

 

แล้วเจอกันเอนทรี่หน้าเน้อ!!!!

 

 

 

edit @ 22 Jul 2009 22:05:47 by 未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen~~```*( กรี๊ดด!!! 上総介さま ~~~!!! 愛死天流!!!!! )



未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen
View full profile