Fiction

ถ้ากล่าวถึงอาณาจักรเซนต์เอเรคแล้วล่ะก็คาดว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะไม่เคยได้ยิน ว่ากันว่าอาณาจักรเซนต์เอเรคแห่งนี้นั้นเป็นอาณาจักรที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และมีเทคโนโลยีที่ค่อนข้างเจริญ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีเรื่องราวของเวทมนตร์ต่าง ๆ อยู่มากมายหลายแขนง แต่ถึงกระนั้นประชาชนที่อาศัยอยู่ที่อาณาจักรแห่งนี้ก็ไม่รู้สึกแปลกประหลาดใจในความขัดแย้งนี้แต่อย่างใดเพราะมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับพวกเขาไปเสียแล้ว นอกจากนี้อาณาจักรแห่งนี้ยังมีสัตว์หน้าตาประหลาดจำนวนมากมายเดินเพ่นพ่านอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะในป่าลึก แต่พวกมันก็ไม่ได้เข้ามาในเมืองสร้างความวุ่นวายให้แก่ประชาชน

อาณาจักรเซนต์เอเรคแห่งนี้ประกอบขึ้นด้วยแคว้นใหญ่ ๆ รวมแปดแคว้นด้วยกัน โดยมีศูนย์กลางหรือที่เรียกได้ว่าเป็นแคว้นหลักอยู่ที่แคว้นแห่งความสงบสุข - - เวเรเนีย



แคว้นเวเรเนียเป็นแคว้นที่ใหญ่โต มีอาณาเขตกว้างไกลเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยทรัพยากรต่าง ๆ มากมาย ทั้งเหล่าแมกไม้และพืชสมุนไพรนานาพันธุ์ ทั้งแร่ธาตุที่สูงค่าอย่างเช่นน้ำมัน ทองคำและอัญมณี ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตแคว้นเวเรเนียแห่งนี้ล้วนแต่ร่ำรวยและมั่งคั่ง

จะกล่าวถึงในตัวเมืองหลวงซึ่งมีชื่อเดียวกับชื่อแคว้นและเป็นศูนย์กลางของแคว้นเวเรเนียนั้นก็แสนจะสวยงาม สะอาดสะอ้านและมีความเจริญมากกว่าเมืองในแคว้นอื่น ๆ เมืองแห่งนี้เรียกได้ว่าตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของอาณาจักรเซนต์เอเรคนี้เลยทีเดียว ตึกรามบ้านช่องล้วนเริ่ดหรูและใหญ่โตแสดงถึงความมั่งคั่งของประชาชนที่อาศัยในเมืองแห่งนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่นักเดินทางหรือคนต่างเมืองที่เข้ามายังเมืองแห่งนี้จะพบเห็นคุณหญิงคุณนายลูกท่านหลานเธอทั้งหลายพากันเดินแต่งกายใส่เครื่องประดับเริ่ดหรูอลังการราวกับตู้เครื่องเพชรเคลื่อนที่อวดประชันโฉมกันไปมา



แน่นอนว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นก็เมืองเวเรเนียแห่งนี้เป็นเมืองที่พระราชวังอันใหญ่โตของลอร์ดคิงส์ประมุขของอาณาจักรเซนต์เอเรคนี้ตั้งอยู่นี่นา



นอกจากตึกรามบ้านช่องอันใหญ่โตโอ่อ่าแล้ว เมืองแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยโบสถ์ของพวกนิกายแห่งแสงสว่างต่าง ๆ ตั้งอยู่แทบจะเรียกได้ว่าทุกมุมเมืองเลยก็ว่าได้ โบสถ์แต่ละโบสถ์นั้นถูกสร้างด้วยหินที่ดูแข็งแรงแต่ก็ไม่ได้ซอมซ่อมอซอเลยซักนิดถึงแม้ว่าจะเก่าแก่อายุนับร้อยปีแล้วก็ตาม ตรงกันข้าม! โบสถ์ทุกโบสถ์ในเมืองเวเรเนียแห่งนี้นั้นยังดูสวยงามและใหญ่โตแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระศาสนาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย



ณ โบสถ์มูนลูน่า - - โบสถ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในสี่โบสถ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องของการจัดพิธีแต่งงานอาจจะเป็นเพราะตัวโบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยหินหินที่ว่ากันว่าเป็นหินของดวงจันทร์ ทำให้พวกหนุ่มสาวกระทั่งปู่ย่าตาทวดต่างก็พากันเชื่อว่าหากแต่งงานกันที่โบสถ์แห่งนี้แล้วล่ะก็ คู่บ่าวสาวคู่นั้นจะรักกันหยั่งยืนไปชั่วกัลปาวสาน



และวันนี้ก็เช่นกันที่โบสถ์มูนลูน่าแห่งนี้ต้องทำหน้าที่เป็นที่สาบานรักของคู่หนุ่มสาวอีกหนึ่งคู่



เฮ้ย! ไหนวะ!! ไอ้คู่บ่าวสาวที่มันจะมาจัดงานแต่งงานเนี่ย!! ให้ตายเด่ะ! นี่มันเลยเวลาแล้วนะเว้ย! ปล่อยให้แขกเหรื่อมารอกันหน้าสลอน แล้วยังไม่ยอมโผล่หัวออกมาอีก เป็นคนที่ไม่มีความตรงต่อเวลาเอาซะเลย!!!เสียงหนึ่งโวยวายดังลั่นโบสถ์ทำเอาแขกเหรื่อที่มาในงานแต่งงานวันนี้พากันตกใจสะดุ้งโหยง บางคนที่นั่งรอจนหลับไปแล้วก็สะดุ้งตื่นจนตกเก้าอี้



จะ..จะใจเย็นก่อนครับท่าน บางทีอาจมีอุบัติเหตุนิดหน่อยก็ได้ อย่าเพิ่งโวยวายอะไรเลยครับ เดี๋ยวก็คงจะมากันแล้วล่ะ บาทหลวงโคเรลซึ่งเป็นนักบวชหนุ่มที่ประจำอยู่ที่โบสถ์แห่งนี้ค่อย ๆ บอกกับเจ้าของเสียงนั้นอย่างนอบน้อม ว่าแต่ในระหว่างนี้ท่านไปเปลี่ยนชุดก่อนดีไหมครับ คือว่าชุดมัน



ทำไม!! ชุดอะไรก็ได้หรอกไม่ใช่เจ้าบ่าวนี่หว่า ดูเด่ะ! จะแต่งงานกันก็ไม่ได้มีความกระตือรือร้นเอาซะเลย! ดูซิ! จะเชิญฉันมาทำพิธีให้ก็เพิ่งจะมาบอกเอาเมื่อตอนแปดโมงเช้า รบกวนเวลานอนฉันชัด ๆ ฉันก็อุตส่าห์รีบตื่นมานะเนี่ย แต่ไหนล่ะไอ้คนจะแต่ง! ไม่โผล่หัวมาเลยซักตัวจนจะเที่ยงอยู่แล้ว!! เจ้าของเสียงแรกยังโวยวายไม่เลิก แม้บาทหลวงโคเรลจะพยายามพูดอธิบายแล้วก็ตาม



เจ้าของเสียงจอมโวยวายคนนี้ จากสายตาของคนทั่ว ๆ ไปแล้ว เขาเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งเลยทีเดียว หูทั้งสองข้างของเขาแหลมกว่าคนทั่วไป แสดงให้เห็นว่าเป็นเผ่าพันธุ์เอลฟ์ซึ่งสามารถพบได้ทั่ว ๆ ไปในอาณาจักรแห่งนี้แม้จะมีอยู่ไม่มากก็ตาม เมื่อดูจากท่าทางของเขาแล้วเอลฟ์หนุ่มคนนี้อายุคงไม่เกินยี่สิบห้าปี ส่วนสูงของเขาน่าจะราว ๆ หนึ่งร้อยแปดสิบสองเซนติเมตร ผิวขาว ดวงหน้าคมเข้ม ผมของเขาเป็นสีเงินยวงยาวสยายถึงกลางหลัง แต่เขามัดอย่างรวก ๆ รวบเอาไว้ข้างหลัง ตาที่ดูคมราวกับตาเหยี่ยวนั้นเป็นสีทองประกาย ส่วนปากที่สวยได้รูปนั้นคาบกล้องยาสูบสีดำอันเล็ก ๆ เอาไว้ โดยรวมแล้วเขาเป็นผู้ชายที่ดูเท่ห์ สง่าและทรงอำนาจมาก

ถ้าหากว่าไม่ใส่เสื้อกล้ามกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะแบบในตอนนี้!!



โธ่! ท่านอย่างน้อยก็เอาเสื้อคลุมคลุมไว้หน่อยก็ดี บาทหลวงโคเรลขอร้อง พูดเรื่องชุดของเอลฟ์หนุ่มไม่เลิกถึงท่านไม่เห็นแก่หน้าใครก็เห็นแก่ตำแหน่งอาร์คบิชอปของท่านเถอะท่านโซลิท



อาร์คบิชอปโซลิท - - เอลฟ์หนุ่มผมสีเงินที่สวมเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นหรี่ตามองบาทหลวงโคเรลอย่างหาเรื่อง เหมือนกับจะบอกว่าก็มันเรื่องของฉัน ทำเอาบาทหลวงผู้สุภาพรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ และหยุดพูดเรื่องการแต่งกายของอาร์คบิชอปหนุ่มทันที



อ๊ะ! เจ้าบ่าวเจ้าสาวมากันแล้วครับท่านโซลิท บาทหลวงโคเรลเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนที่อาร์คบิชอปหนุ่มจะเปลี่ยนเป้าหมายในการบ่นเสียก่อน ซึ่งชายหนุ่มก็ชายตาไปมองยังประตูทางเข้าโบสถ์เช่นเดียวกับแขกเหรื่อคนอื่น ๆ ก็เห็นว่าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวพากันวิ่งจับมือเข้ามาในโบสถ์แล้ว



ขอโทษครับ คือพอดีเมนี่ - - เจ้าสาวของผม เธอตื่นเต้นกับงานแต่งงานครั้งนี้จนท้องเสียน่ะครับ ก็เพิ่งจะดีขึ้นเนี่ยแหละ เจ้าบ่าวเอ่ยปากขอโทษขอโพยแขกทั่วงานรวมทั้งอาร์คบิชอปหนุ่มกับบาทหลวงโคเรลด้วย



ไม่เป็นไรหรอกลูกนี่ก็เลยเวลามามากแล้ว พ่อว่าเรามาทำพิธีกันเลยดีกว่า บาทหลวงโคเรลกล่าวอย่างสุภาพ ในขณะที่อาร์คบิชอปหนุ่มยังนั่งไขว่ห้างสูบไปป์อย่างไม่ใส่ใจ



เอ่อท่านโซลิทครับ บาทหลวงโคเรลเรียกเบา ๆ เป็นการบอกให้อาร์คบิชอปหนุ่มลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตนได้แล้ว แต่อาร์คบิชอปหนุ่มไม่สนใจ เขายังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างเซ็ง ๆ



ขี้เกียจแล้วว่ะ! โคเรลทำพิธีแทนเด๊ะ! อาร์คบิชอปหนุ่มพูดขึ้นด้วยสีหน้าซังตาย ทำเอาบาทหลวงโคเรลกับคู่บ่าวสาวพากันสะดุ้งโหยง



ทะ..ทำ..ทำงี้ได้ยังไงล่ะครับ! ท่านโซลิท กะ..ก็เขาเชิญให้ท่านมาทำพิธีนะครับ



ไม่เห็นเป็นไร! ใครทำก็เหมือนกันแหละ เป็นบาทหลวงก็ทำ ๆ ไปเด่ะ อาร์คบิชอปหนุ่มโบกมืออย่างรำคาญ แต่บาทหลวงโคเรลยังคงพะว้าพะวัง



จะไปหรือไม่ไปวะ!! เดี๋ยวพ่อก็ฆ่าซะหรอก!!!! อาร์คบิชอปหนุ่มตะคอกอย่างไม่พอใจซะดังลั่นโบสถ์ ทำเอาบาทหลวงโคเรลสะดุ้งโหยงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ บาทหลวงผู้น่าสงสารรีบคว้าพระคัมภีร์แล้วเดินไปหน้าแท่นพิธีพลางเรียกคู่บ่าวสาวให้มาประกอบพิธีอย่างเร่งร้อน ซึ่งคู่บ่าวสาวก็รีบพากันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหน้าแท่นพิธีอย่างผวา ๆ รวมทั้งแขกที่มาในงานเพื่อเป็นสักขีพยานก็พากันสะดุ้งโหยงนั่งเกร็งเสียตัวตรงแน่ว ลุ้นว่าวันนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะได้เข้าหอหรือเข้าโลงกันแน่



อะแฮ่ม! ท่านราเวนผู้เป็นเจ้าบ่าวจะรับท่านเมนี่ผู้เป็นเจ้าสาวเป็นภรรยา และสาบานว่าจะอยู่ร่วมกันไม่ว่ายามทุกข์ ยามสุข จนกระทั่งแก่เฒ่าหรือไม่ บาทหลวงโคเรลเริ่มพิธีทันทีแม้เสียงจะสั่น ๆ อยู่บ้างก็ตาม ทำเอาเจ้าบ่าวที่กำลังผวา ๆ กลัว ๆ กล้า ๆ อยู่แล้วตกอกตกใจ



อะ..เอ่อระ..รับครับ เจ้าบ่าวระล่ำระลักเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว



เฮ้ย! พูดติด ๆ ขัด ๆ อย่างนี้แสดงว่าไม่จริงใจนี่หว่า ต้องตอบฉะฉานเด่ะ! พูดเหมือนไม่แน่ใจว่าจะรับดีหรือเปล่า เฮ้ย! กลับไปคิดก่อนดีไหมเดี๋ยวค่อยกลับมาแต่งใหม่วันหลัง อาร์คบิชอปที่นั่งหาวอยู่ข้างแท่นพิธีขัดขึ้น ทำเอาเจ้าบ่าวสะดุ้งโหยง แขกคนอื่น ๆ ในงานพากันนั่งนิ่งแทบไม่หายใจอย่างอดลุ้นไม่ได้ บาทหลวงโคเรลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบปรามไว้



ท่านโซลิท ขอความกรุณาครับขอความกรุณา



แล้วท่านเมนี่ผู้เป็นเจ้าสาวจะรับท่านราเวนผู้เป็นเจ้าบ่าวเป็นสามี และสาบานว่าจะอยู่ร่วมกันไม่ว่ายามทุกข์ ยามสุข จนกระทั่งแก่เฒ่าหรือไม่ บาทหลวงโคเรลรีบทำพิธีต่อ



รับค่ะ!! เจ้าสาวรีบตอบอย่างฉะฉานทันที ด้วยเกรงว่าถ้าตอบตะกุกตะกักจะโดนว่าแบบเจ้าบ่าว



เอาล่ะ!!! เสร็จพิธี!!!! อาร์คบิชอปหนุ่มประกาศทันที ทำเอาทุกคนในงานพากันงงเป็นไก่ตาแตก



ดะเดี๋ยวครับ ท่านโซลิท ยังไม่ได้แลกแหวนกันเลย แล้วก็ยังไม่ได้จูบสาบานด้วย บาทหลวงโคเรลหันไปทักท้วง



อ้าว! งั้นเหรอ? ช่างมันเถอะ สาบานก็สาบานไปแล้ว เรื่องนั้นไปจัดการกันทีหลังก็ได้ไม่เป็นไรหรอก อาร์คบิชอปหนุ่มเลิกคิ้วนิดหน่อยแล้วจึงพูดต่อ พิธีการอะไรมันไม่สำคัญหรอกนะ พิธีการมันก็แค่ส่วนหนึ่งที่ประกาศให้ทุกคนทราบเฉย ๆ ว่าคนเรามีวัฒนธรรม ความจริงไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมันมากหรอก ควรให้ความสำคัญกับหัวใจของแต่ละฝ่ายให้มากที่สุดมากกว่า ไม่ใช่จัดงานซะเริ่ดอลังการสุดท้ายก็อยู่กันได้ไม่ถึงวัน เอาล่ะ! พวกนายสองคนสาบานกันแล้วนะแล้วห้ามผิดคำสาบานด้วย ไม่งั้นขอแช่งให้ท้องเสียตลอดชีวิต!!เข้าใจไหม!!!



คะครับ/ค่ะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวพากันรับคำอย่างหวาด ๆ แขกคนอื่น ๆ ในงานพากันถอนหายใจโล่งอกที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังอยู่รอดปลอดภัย



***********************


edit @ 2006/06/28 11:12:51


未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen
View full profile