อันเนื่องมาจากว่าเพิ่งย้ายงานใหม่ด้วย จากทีแรกที่ทำที่เก่าแล้วมันไม่รุ่ง ก็เลยจำต้องหาที่ใหม่ทำ เอาเป็นว่าไม่อยากบ่นเรื่องที่เก่าละกัน เล่าเรื่องที่ใหม่ดีกว่า
สำหรับที่ใหม่นี่โอเคกว่าที่เก่าเยอะในเรื่องสวัสดิการและบรรยากาศ แต่เสียดายตรงที่ไม่มีรุ่นราวคราวเดียวกันมีแต่รุ่นพี่ ก็เลยยังไม่สนิทสนมเฮฮาเท่าที่เก่า ( แต่ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะ ) ทำงานก็เริ่ม 9 โมงเช้า เลิก 6 โมงเย็น งานไม่หนักเท่าไหร่ แต่ปวดสมองเพราะต้องคิดงานเยอะ แถมรถติดได้โล่ห์ กว่าจะกลับถึงห้องก็สองทุ่มได้ เล่นเอาโทรมเหมือนกัน เสาร์-อาทิตย์ไม่อยากออกไปไหนเล้ย
อย่าแปลกใจนะครับที่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเมนต์บลอคใคร หายหัวเงียบเลย เหตุก็อันเนื่องมาจากงานกับสภาพอากาศ ( ที่เคยบอกเอาไว้ว่าแพ้อากาศหนาวนั่นแหละ ) เอ็มไม่ออน โทรยังไม่ค่อยได้โทรหาใคร โปรที่มีมากับโทรศัพท์นี่เน่าหมดละเพราะไม่ค่อยได้ใช้
นาน ๆ จะได้มาอัพบลอคซักที ไหน ๆ ก็ขอเคลียร์ tag หน่อยละกันนะ แบบว่าหายหัวไประยะนึงนี่ tag กองสุมหัวเชียว -*- ( ไม่น่าเลยตรู )
เอาล่ะ.... tag แรก
tag ความจริง 22 ประการ....จาก LEOON ( ดองเอาไว้ชาตินึงละ )
กติกา....ลืมไปแล้วอ่ะ จะไปคุ้ยหาของเก่า ๆ ก็ขี้เกียจ สรุปว่าบอกความจริงเกี่ยวกับตัวเองที่คนอื่น ( อาจ ) ไม่รู้ 22 ข้อ นั่นแหละ เริ่มเลยละกัน
1. จขบ.ชอบหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาและเรื่องมีสาระ ( แต่ถ้าจะอ่านแบบคลายเครียดอาจไร้สาระไปเลยก็มี ) เพราะฉะนั้นบางทีเรื่องที่คุยอาจจะดูซีเรียสไปหน่อย กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าหลังจากหาเงินให้แม่ได้พอแล้วจะหนีเที่ยว แล้วหนีบวช
2. จขบ. ชอบสัตว์เกือบทุกชนิด ไม่ค่อยเกลียดตัวอะไรเป็นพิเศษยกเว้นพวกตัวที่มีอันตราย แต่จะกลัวมากกว่าเกลียดนะ
3. จขบ. เป็นคนที่ "ขี้รำคาญ" มาก ๆ ถึงมากที่สุด ไม่ว่าอะไรก็ไม่ชอบให้มาเจ้ากี้เจ้าการหรืออะไรกับชีวิตมากนัก ถ้ามาด้วยความเข้าใจและเป็นห่วงก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ามาแบบว่าออกแนวบังคับว่าต้องทำอย่าง ทำอย่างนั้น ทำอย่างโน้นจะไม่ทำ ถ้าเห็นดีเดี๋ยวทำเอง ไม่ต้องมาบอก อีกอย่างคือไม่ชอบพูดอะไรเกินกว่า 3 ครั้งขึ้นไป ถ้าต้องให้ย้ำแล้วย้ำอีกเกินกว่านี้ คนที่มาวุ่นวายอาจโดนด่าได้
4. จขบ. "แพ้อากาศหนาว" อันนี้เคยอัพหลายรอบแล้วว่าไม่ชอบอากาศหนาว คือ มันก็เย็นสบายดีล่ะนะ แต่มันมีผลอย่างรุนแรงกับสภาพจิตใจ เพราะฉะนั้นหนาวเมื่อไหร่ไม่ค่อยอยากยุ่งกับใคร เดี๋ยวจะมีเรื่องกันซะเปล่า ๆ โดยเฉพาะกับบางคนที่อ่อนไหวง่าย และไม่เข้าใจตัวตนของ จขบ.
5. จขบ. ไม่ค่อยจะอยากแสดงความรู้สึก หรือพูดเรื่องอะไรให้ใครฟังเท่าไหร่ ที่จะพูดให้ฟังได้ ต้องเป็นคนที่ จขบ. รู้สึกว่าอยู่ด้วยแล้วสบายใจ หรือไว้ใจเท่านั้น ต่อให้เป็นเพื่อนที่คบกันมานาน หรือพ่อแม่ ก็อาจจะไม่พูดให้ฟังก็ได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นบ่อยครั้งที่ จขบ. อาจจะเงียบไปเฉย ๆ หรือปลีกวิเวกไปเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่พูดด้วย จขบ. ไม่ได้สนใจ ใส่ใจนะ แค่ จขบ. เห็นแล้วว่าคงไม่เข้าใจในเรื่องที่ จขบ. คิดหรือรู้สึกเท่านั้น แถมเผลอ ๆ พูดให้ฟังแล้วจะพาลทะเลาะกันเปล่า ๆ ด้วย
6. จขบ. เป็นคนที่ปากเสีย ( หมา ) ขั้นเทพ คือ เป็นประเภทพูดอะไรตรงใจฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป อันนี้ก็ยอมรับนะว่าปากเสียมาก บางทีพูดอะไรไปอาจไม่ได้หมายความตามนั้นจริง ๆ เป็นอะไรที่แซวเล่น ๆ เฉย ๆ ดังนั้นถ้าไม่สนิทกันจริง หรือไม่รู้จัก จขบ. จริง บางคนอาจโกรธไปเลยก็ได้ ดังนั้นกับคนที่ไม่สนิท จขบ. อาจจะนั่งเงียบ ไม่คุยอะไรด้วยเลย
7. จขบ. เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเพื่อน "มากกกกก" โดยเฉพาะคนที่สนิทด้วย คนที่ถูกใจ คนที่คุยด้วยถูกคอ และเข้าใจ จขบ. จะได้รับการเอาใจมากเป็นพิเศษ เพราะ จขบ. ให้ความสำคัญกับเพื่อนที่ "สำคัญ" มากที่สุด เรียกได้ว่าให้ความสำคัญมากกว่าแฟนอีก ( เพราะเคยมีกรณีเอาใจเพื่อนมาก แต่ปล่อยเบลอแฟนมาแล้ว ) ดังนั้นจะมีคนเข้าใจผิดก็ไม่แปลก แต่กับคนที่ไม่สนิท จขบ. อาจไม่ค่อยคุยด้วยหรือไม่ค่อยยุ่งด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะรังเกียจหรืออะไร แต่เพราะเอาใจไม่ถูกและกลัวจะทำให้ผิดใจกันซะเปล่า ๆ
8. จขบ. เป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ค่อนข้างแย่ คือ ถ้าไม่เห็นหน้าแล้วโป๊ะเช๊ะ คุยด้วยแล้วสนใจไปในทางเดียวกันจริง ๆ อาจจะไม่ค่อยคุย เพราะนึกเรื่องที่จะคุยด้วยไม่ออก แต่ถ้าอีกฝ่ายคุยด้วยก็คุย ทว่าจะเป็นการถามคำตอบคำ เพราะต้องระวังปากอย่างยิ่งยวด
9. จขบ. เป็นประเภทที่ว่า "ดีมาดีไป ร้ายมา ถ้าร้ายมาก ก็ระวังกรูจะร้ายตอบบ้าง" เพราะที่ผ่านมาเคยเจออะไรประมาณนี้มาเยอะเพราะฉะนั้นก็เลยต้องถือคติที่ว่า "แคร์เฉพาะคนที่แคร์เราเท่านั้น" ซึ่งบางทีก็น่าโมโหไอ้พวกบรรดาที่ปากบอกแคร์แต่ไม่เห็นเสนอหน้าโผล่หัวมาติดต่ออะไร แล้วค่อยมาว่าทีหลังว่าเราไม่แคร์ใคร ไม่ติดต่อใครน่ะนะ อยากให้กลับไปคิดว่า "ที่ว่าแคร์เรา ใส่ใจเราน่ะ แคร์ได้มากเท่าคนที่เราแคร์เขาหรือเปล่า?" เพราะปกติคนที่เขาแคร์เรา เขาห่วงเราน่ะ แสดงออก และใส่ใจเราตั้งเยอะ เราถึงต้องคืนให้เขาในระดับที่พอ ๆ กัน ถ้าไม่คิดจะแคร์ จะใส่ใจน่ะ "ไม่มีสิทธิ์มาขอความเห็นใจจากคนอื่น และไม่มีสิทธิ์มาหาว่าใส่ใจคนอื่นมากกว่าด้วย" ดังนั้นไอ้พวกที่พูดอย่างนี้ "ลองเปรียบเทียบดูก็แล้วกันว่าทำได้เท่าที่คนที่เราแคร์เขาทำให้เราไหม ถ้าไม่ ก็น่าจะรู้ ๆ คำตอบอยู่แล้ว"
10.จขบ. เป็นพวกไม่ชอบราวีใคร มีเรื่องกับใครก็จบแค่ที่คนคนนั้น แล้วจะไม่หาเรื่องหรือราวีต่อด้วย เพราะคิดว่า "ไร้สาระ" และเป็นประเภททะเลาะกับใคร หรือมีเรื่องกับใคร จะไม่ลากบุคคลที่สามมาเกี่ยวข้อง ( ยกเว้นว่าจะมีกรณีเดียวกันกับอีกคนนั่นแหละ ) อาจมีบ่นให้เพื่อนฟังบ้าง ( ซึ่งเป็นธรรมดาของสัตว์โลกที่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "เพื่อน" เอาไว้ข้างกาย เพราะฉะนั้นก็มีสิทธิ์ที่จะบ่นให้ใครฟังก็ได้ ตราบใดที่ไม่ใช่การใส่ร้าย เอาเรื่องไม่จริงมาพูด หรือไม่จริง? ) แต่จะไม่บอกเพื่อนหรือไซโคให้เพื่อน "เลิกคบใคร" เพราะเรามีเรื่องกับอีกฝ่าย แต่เพื่อนเราไม่ได้มีและอาจมีความสัมพันธ์อันดีด้วย เราจึงไม่มีสิทธิ์ไปบอกให้ใครเลิกคบใคร แล้ว จขบ. ก็เกลียดพวกที่ว่า "ฉันไม่คุยกับคนนี้ ไม่คบกับคนนี้ แล้วเธอต้องห้ามยุ่งกับคนนี้ด้วย" เพราะดูแล้วเหมือนเด็กอนุบาลที่ว่า "หนูไม่เล่นกับคนนี้ ถ้าอยากเป็นเพื่อนหนูก็ต้องเลิกเล่นกับคนนี้ด้วย" พวกที่ทำตัวอย่างนี้ คิดอย่างนี้ บอกได้คำเดียวว่า "ปัญญาอ่อน"
11. จขบ. เป็นประเภท "ไม่แคร์สื่อ" จะทำอะไร จขบ. ไม่จำเป็นต้องฟังความเห็นของใครให้มันมากจนเสียความเป็นตัวของเอง เพราะ "สื่อ" ก็คือคำที่ฟังมาปากของคนอื่น คนนึงคิดอย่างนึง อีกคนคิดอีกอย่างนึง ไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ อะไรควร อะไรเหมาะ ร้อยคนก็ร้อยความคิดเห็น ถ้าฟังมันทุกอย่าง ต้องทำตามทุกคน แล้วความเป็นตัวตนของ จขบ. จะอยู่ที่ตรงไหน ถ้าอันไหนที่ จขบ.คิดว่าทำแล้วบริสุทธ์ใจ ไม่มีเจตนาแอบแฝง ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องหลบซ่อน โดยเฉพาะกับอีกฝ่ายที่รู้และเข้าใจกันอยู่ จขบ.ก็จะ "ไม่แคร์คำพูดใครทั้งนั้น" เพราะเราไม่มีทางให้คนอื่นคิดหรือเข้าใจทุกคำพูดและการกระทำของเราอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าไม่ได้คิดร้าย ก็ไม่รู้ว่าจะแคร์ไปทำไมเหมือนกัน
12. ตามปกติ จขบ. เป็นประเภทชอบตามใจคน และฟังความเห็นคนอื่นก่อนเสมอ ใครจะทำอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีเหตุผลเพียงพอก็รับฟัง จนไปบางทีก็ตามใจจนเกินไป แต่กระนั้นก็ยังมีคนที่ "เอาแต่ใจ" ไม่เลิก อย่างเช่นพอไม่ตามใจแล้วก็โวยวาย อย่างนั้นอย่างนี้ ทีตัวเองเอาแต่ใจไม่เคยมอง มองแต่ว่าคนอื่นเขาเอาแต่ใจ
13. จขบ. เป็นประเภท "ทำคุณคนไม่ขึ้น" เพราะทำอะไรให้ใครไม่ค่อยได้รับผลตอบแทนเท่าไหร่ มีทั้งพวกหลอกใช้และพวกไม่เคยเห็นความดี ตอนอยากให้ทำให้ล่ะขอร้องเสียดิบดี แต่พอไม่ทำก็ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งพวกที่ตอนทำดีให้ไม่เคยมองคอยแต่จ้องจะจับผิด ซึ่งประเภทนี้เป็นประเภทที่น่ารำคาญมาก และต้องบอกว่าเป็นประเภทที่ "ว่าง" มากด้วย
14. จขบ. เกลียดคนที่ "โกหก" "หน้าไหว้หลังหลอก" "มือถือสากปากถือศีล" และ "ไม่ฟังความเห็นคนอื่น" มากที่สุด โดยเฉพาะพวกต่อหน้าพูดอีกอย่าง ลับหลังพูดอีกอย่าง ต่อหน้าทำพูดดี ทำตัวเป็นคนดี บอกว่าไม่อย่างนั้นอย่างนี้แต่สุดท้ายตัวเองก็ทำ แถมยังจะมาประนามว่าคนอื่นเขาทำไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรับฟัง และไม่เคยทำความเข้าใจ คิดเอาเองข้างเดียว แล้วยังไม่ยอมรับความผิดตัวเอง แถมยังจะทำตัวเป็นนางเอกแสนดีอีกต่างหาก คนแบบนี้ จขบ. เกลียดที่สุด
15. จขบ. เป็นคนที่ให้อภัยคนได้เสมอ คือ ทำผิดมาเท่าไหร่ แต่ถ้าคิดจะกลับใจหรือพยายามที่จะทำ จะให้โอกาสเสมอ ให้โอกาสได้เรื่อย ๆ แต่ก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่คิดว่า "จะไม่ให้อภัย" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับสิ่งที่ทำให้ "รู้สึกรำคาญ" มาก ๆ
16. จขบ. เกลียดคน "ไม่รักษาสัญญา" คือในที่นี้ ต้องหมายความว่า "ไม่พยายามที่จะรักษาสัญญา" หรือ "ลืมคำสัญญา" เพราะถ้าพยายามจะรักษาแล้ว แต่มันมีเหตุสุดวิสัยที่มันทำไม่ได้ จขบ. จะพยายามทำความเข้าใจ อาจมีเคืองบ้าง แต่ซักพักจะปล่อยเบลอ ไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะถือว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายเขาก็ได้พยายามแล้ว ไม่ควรเอามาถือโทษโกรธเคือง
17. จขบ. เกลียดคนที่ "ไม่คิดว่าตัวเองทำผิด" เอาแต่โทษคนอื่นทั้งโลกว่าคนอื่นทำผิด ทำไม่ดีกับตัวเอง แต่ไม่เคยมองว่าแล้วทีตัวเองทำกับคนอื่นเขาล่ะ ยิ่งเอาไปรวมกับไม่ฟังคนอื่น ไม่ฟังเหตุผลแล้วเอาไปเหมารวมยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่เลย คนเราทำผิดกันได้มันไม่แปลก แต่อีประเภทที่ว่าความผิดคนอื่นใหญ่หลวงซะเหลือประมาณ แต่ความผิดตัวเองไม่เคยมองเห็นและไม่เคยยอมรับเนี่ย ไม่ไหวจริง ๆ
18. จขบ. เป็นคนที่คิดมาก คิดลึก และคิดไกล บางทีก็คิดเล็กคิดน้อยจนเกินไป ซึ่งอันนี้ก็รู้ว่าไม่ค่อยดี คนส่วนมากมักไม่ค่อยรู้เพราะอาจจะไม่แสดงหรือพุดให้ฟัง
19. ความจริง จขบ. เป็นพวกที่ชอบปลีกวิเวก ไม่ชอบอยู่กับคนเยอะ ๆ ถ้าอยู่จะอยากอยู่กับเพื่อนสนิทที่รู้ใจแค่คนหรือสองคนก็พอ เพราะว่ายิ่งมากคนก็ยิ่งมากความ คนนั้นจะให้ทำอย่างนี้ คนนี้จะให้ทำอย่างนั้น ต้องคอยดูแลใส่ใจคนนั้นคนนี้อีก เพราะฉะนั้นถ้าอยากไปไหน หรือเที่ยวไหน จขบ. จะชวนเพื่อนไปแค่คนเดียว เพราะถ้าไปกันสามคนขึ้นไป มันรู้สึกเหนื่อยกว่า ไปกันสองคนก็จะได้ให้เวลาเพื่อนที่ไปด้วยได้เต็มที่ด้วย หรือถ้ารำคาญมาก ๆ ก็ไปคนเดียวมันเลย สบายใจกว่า
20. จขบ. เป็นคนที่อารมณ์ศิลป์สูง ทำอะไรค่อนข้างตามอารมณ์ ( เลออนเคยบอกว่าเป็นปรอท อารมณ์เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศ ) เพราะฉะนั้นคนใกล้ชิดก็เลยต้องปรับตัวกันเร็วหน่อย ( แต่ถ้ารู้ตัวว่าอารมณ์ไม่ดีจะเงียบแล้วลี้ภัยไปเลย )
21. จขบ. ไม่ชอบเรื่องยุ่งยากทุกชนิด โดยเฉพาะเรื่อง "ดราม่า" เพราะเห็นว่า "ไร้สาระ" และน่ารำคาญ จนถ้าเจอเรื่องทำนองนี้อาจปล่อยเบลอ แล้วให้อีกฝ่ายวิ่งเต้นไปคนเดียวได้ ยิ่งถ้าคุยกันไม่รู้เรื่อง จขบ. ก็จะยิ่งไม่ง้อ และถ้า จขบ. รู้สึกว่าตัวเองไม่ผิดจริง จขบ. จะยิ่งไม่สนใจเลย
22. จขบ. "ทำงานแล้ว" เพราะฉะนั้นจะว่างแค่ช่วงเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แถมยังอยู่ในช่วงโปร เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเวลามาใส่ใจอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานมากนัก สำหรับพวกที่ชอบถามว่าทำไมไม่มีเวลาว่าง เสาร์ - อาทิตย์ก็มี อยากถามว่ากะไม่ให้พักผ่อน พักสมองเลยใช่ไหม? ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ตั้งแต่เช้าจรดเย็น กว่าจะได้กลับถึงห้องก็เหนื่อยจะแย่ ถ้าพักผ่อนไม่พอ นึกงานไม่ออก แล้วไม่ผ่านโปรขึ้นมารับผิดชอบชีวิต จขบ. ได้หรือเปล่า? ฝากเอาไว้สำหรับคนที่ถามนะ....
จบไปหนึ่งแท็คแล้ว อาจจะแรงไปหน่อยแต่บอกให้รู้ความจริงสำหรับคนที่คิดว่า "รู้สันดาน" จขบ.ดีแล้ว ว่ารู้ครบทั้ง 22 ข้อนี้ไหม ถ้าไม่...คุณยังรู้จัก จขบ. ได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ
ต่อมา Tag Name จากท่านไทคิ ( อุตส่าห์ว่าไม่โดนแล้วเชียวนะ -*- )
Tag : Name ( ก็อปมาจากของเลออน เพราะหาง่ายกว่า )
กติกา
1. แปะรูปตัวเองอย่างน้อย 1 รูป
2. ตอบคำถาม 15 ข้อ
3. ส่งต่อให้ผู้โชคร้าย 5 คน
เอารูปนี้ละกัน -*- หารูปอื่นมะเจอ
1. ชื่อจริงและความหมาย
ปิยนุช แปลว่าน้องสาวอันเป็นที่รัก แม่ตั้งชื่อให้อย่างนี้เพราะเป็นน้องคนเล็ก
2. ชื่อเล่นเต็มยศ
เอฟ
3. ฉายา
ไม่ค่อยมีเป็นพิเศษ ก็มีช่วงหลัง ๆ นี่แหละที่พวกในบอร์ดจะเรียก เสนา
4. ชื่อภาษาอังกฤษ
Farasea ตั้งขึ้นมาโดยเอาตัวอักษรของชื่อมาตั้ง ณ ปัจจุบันก็ยังใช้เป็นเมลล์อยู่
5. ชื่อภาษาจีน
ไม่มีง่ะ ให้ตั้งก็นึกไม่ออก
6. ชื่อภาษาญี่ปุ่น
未来 深遠 อ่านว่า มิราอิ ฟุเอ็น อันนี้นั่งเปิดหาและตั้งเองอ่ะ ถ้าเอาตามความหมายชื่อจริงนี่ยังไม่ได้ลองตั้งดู เหอ ๆ
7. ชื่อภาษาเกาหลี
วอนนอนคุก พี่สาวเอามาเล่าให้ฟังแล้วถูกใจ 555+
8. ชื่อเล่นที่ใช้ในเน็ต
ก็ มิราอิ ฟุเอ็นนั่นแหละ แต่ส่วนมากจะใช้ FierceFF มากกว่า
9. ชื่อที่คนอื่นเรียกผิด
Mirai อ่านว่า "มิราอิ" แต่ชอบเรียกกันว่า "มิไร" อีกชื่อก็ Farasea อ่านว่า "ฟาราเซีย" ไม่ใช่ "ฟาราซี" นะ
10. ชื่อที่คนต่างชาติเรียก
Piyanut ชื่อจริงนั่นแหละ
11. ชื่อที่อาจารย์ชอบเรียก
ก็เรียกชื่อจริงนั่นแหละ ไม่ค่อยเรียกชื่อเล่นกันนะ
12. ชื่อที่อยากให้คนอื่นเรียก
ชื่อเล่นนั่นแหละ
13. ชื่อที่ไม่อยากให้คนอื่นเรียก
ที่เกลียดที่สุดคือเรียกแบบจิกหัวว่า "อี" และเอาชื่อเราไปแปลงเป็นชื่อความหมายทุเรศ ๆ
14. ชื่อที่ใช้เรียกแทนตัวคนรัก
เอ...ดูพฤติกรรมก่อน อะไรเหมาะสมก็เรียกตามนั้นแหละ
15. ชื่อที่ให้คนรักเรียก
สุดที่รัก อ่ะอั๊ง~ ล้อเล่น~ ชื่อเรียกไม่สำคัญหรอก แค่แสดงว่ารักกันก็พอแล้ว
ขออัพสองแท็คก่อนละกัน ที่เหลือก็เป็นแท็ควาด ๆ ละ -*- เฮ่อ
ไปละง้าบ คงไม่ได้เข้ามาอีกนานจนกว่าจะผ่านโปร
CYA~
edit @ 29 Nov 2009 13:49:25 by 未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen~~```*( กรี๊ดด!!! 上総介さま ~~~!!! 愛死天流!!!!! )
